
การลงสีย้อมเทาทำยังไงกันนะ
การย้อมเทาคืออะไร เล่าง่าย ๆ ตามสไตล์ปลาทู

Pla2FFF
@pla2fff
ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการย้อมเทาหรือการวาดแบบ Grayscale technique หลายคนคงได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับสรรพคุณของเทคนิคการวาดที่ว่านี้ ผู้สอนส่วนใหญ่ก็จะบอกว่ามันง่ายมากทำให้ทำงานไวขึ้น!! (มันจะจริงมั้ย?)
แต่เราเชื่อว่ายังมีหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนหรือเคยได้ยินมาแล้วแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี วันนี้เราจะมาอธิบายเทคนิคการย้อมเทาให้เห็นภาพง่าย ๆ กัน
ต้องขอบอกก่อนว่าบทความนี้อาจจะไม่ได้ถูกต้องตามหลักการร้อยเปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่จะใส่ความเห็นจากความเข้าใจของเราแทรกเข้าไปหากเห็นว่าให้ข้อมูลผิดไปสามารถพูดคุยกันที่คอมเม้นต์ด้านล่างบทความได้เลย
ก่อนอื่นการย้อมเทา คือ การลงสีภาพด้วยสีโทนขาวดำก่อนเพื่อกำหนดแสงเงาของภาพแล้วค่อยลงสีสันให้ภาพด้วยการลงสีในเลเยอร์ด้านบน
การกำหนดแสงเงาของภาพ ยกตัวอย่างว่าเราวาดภาพนึงขึ้นมาร่างภาพตัดเส้นเรียบร้อยจากนั้นก็ตามด้วยลงสีเทาไปเลย (ส่วนตัวคิดว่าการย้อมเทาเหมาะกับการวาดเลเยอร์เดียวมากกว่าเพราะจะทำให้ทำงานง่ายขึ้นไม่ต้องคอยสลับเลเยอร์)
สีเทาที่ว่าไม่ใช่สีเทาแบบ เทาเดียว แต่เป็นสีที่เป็นโทนขาวดำโดยไม่มีสีสันอื่นเข้ามาแทรกในขั้นตอนนี้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับนักวาดว่าอยากให้ตรงไหนมืดหรือสว่าง จุดนี้แหละถ้าเป็นคนที่วาดภาพโดยให้ความสำคัญกับบรรยากาศภาพจะรู้สึกว่าการย้อมเทามันทำให้งานไวขึ้น
>มืดหรือสว่าง = การควบคุมน้ำหนักสี<
ตัวอย่างของการลงสีเทา

บางคนอาจจะอยากเถียงว่าบางจุดในภาพมันต้องเรียกว่าสีดำไหม? มันก็ถูกที่อาจจะไม่ใช่สีเทาที่จินตนาการไว้ แต่ถ้าพูดกันในหัวข้อนี้สีทั้งหมดในภาพจะเรียกว่าสีเทา
ต่อมาหลังจากขั้นตอนลงเทาแล้วก็จะเป็นการย้อมสี (ที่มาที่เรียกว่าย้อมเทานั่นแหละ) หรือคำที่ใช้ก่อนหน้าว่าเป็นขั้นตอนการ ลงสีสัน
ในขั้นตอนนี้ต้องพึ่งพาการใช้เทคโนโลยีโดยการเพิ่มเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาแล้วเอาไว้บนเลเยอร์สีเทา จากนั้นให้เปลี่ยนเลเยอร์โหมดจาดโหมดปกติ เป็น Color แล้วก็ลงสีสันตามต้องการได้เลย

**ที่แนะนำเป็นโหมด Color เพราะว่าสีสันที่ลงไปมันจะมีน้ำหนักสีเท่ากับสีเทาที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่แรกแบบเป๊ะ ๆ ถ้าลงสีสันไปแล้วสีถูกใจใช่เลยแสดงว่าท่านเก่งการลงสีโทนเทามาก ๆ ชาบู ชาบู (วิธีนี้ใช้กับการแก้ไขภาพถ่ายเก่าที่เป็นภาพขาวดำด้วยนะ)
แต่ก็มีอีก 2 โหมดที่เลือกใช้ได้
Multiply โหมดนี้จะช่วยเกลี่ยให้สีดูมืดลง ไม่เป็นตามสีเทาที่กำหนดไว้แบบเป๊ะ ๆ แต่การเลือกใช้โหมดนี้เซฟกว่าโหมดที่แนะนำ ถึงจะลงเทาไม่เทพก็ทำให้สวยได้
Overlay โหมดนี้รู้แค่มันย้อมได้เหมือนกันแต่เราไม่ค่อยเลือกใช้เพราะมันทำให้สีแปร๋นมากเกินไป
จบเรื่อง “การกำหนดแสงเงาของภาพแล้วค่อยลงสีสัน”
ต่อมาจะพาส่องขั้นตอนการทำงานแบบทีละขั้น
เริ่มจากการร่างภาพคอนเซ็ปที่ต้องการวาดขึ้นมาคร่าว ๆ ก่อน ส่วนตัวเราชอบใช้หลายสีจะได้จำได้ว่าเส้นไหนเกี่ยวข้องกับงานอะไร เช่น งานตัวละคร งานชุด งานพื้นหลัง

ต่อมาก็ร่างอีกให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แต่ก่อนเราคิดว่าต้องร่างแล้วตัดเส้นเลย นานวันถึงเข้าใจว่าจะร่างมากกว่า 1 รอบก็ได้ปัจจุบันงานไหนยากมากก็ร่างแล้วร่างอีกหลายครั้งจนกว่าจะมั่นใจ ร่างจากใช้เส้นใหญ่แล้วเล็กลงเรื่อยจนถึงเส้นที่ใช้จริง

จากนั้นก็ตัดเส้น งานนี้เราใช้การตัดเส้นที่เล็กมาก ๆ จนมองแทบไม่เห็นในภาพที่เอามาลงให้ดูเป็นขั้นตอนปรับให้หนาขึ้นให้สังเกตเห็นเส้นง่ายเฉย ๆ

ขั้นตอนพลิกชะตากับขั้นตอนการย้อมเทา ภาพจะออกมาบรรกาศแบบไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้แล้ว และใช่…เราไม่เก่งแนวย้อมเทา!! แต่ก็พอเป็นตัวอย่างให้เห็นได้แหละว่าในภาพนี้เราต้องให้งานออกมาดูเบา อ่อนโยน ขาว ๆ ฟีลนางฟ้า ไม่อยากให้มีคอนทราสต์มาก ที่จริงอยากให้โทนสว่างกว่านี้ด้วย แต่เราไม่เก่งย้อมเทาไง เลยได้สว่างสุดแค่นี้!! เราพยายามทำให้ทุกอย่างที่ไม่เกี่ยวกับตัวละครสีจางเพื่อดันให้ตัวละครเด่น(เข้มกว่าเห็นง่ายกว่า) ซึ่งมันออกแบบได้แหละบางคนก็ให้เด่นด้วยการทำให้ตัวละครสว่างมากกว่ารอบ ๆ

สุดท้ายก็ลงสี ขั้นลงสีแนะนำให้อยู่เลเยอร์บนสุดของทุกอย่าง ทุกเส้น ทุกสีเทาที่ลงไว้ (แต่ถ้าขยันจะคอยย้อมเอาทีละเลเยอร์ก็ตามใจ) ในภาพที่เห็นการลงสีแบบนี้ง่ายต่อความรู้สึก แต่ยากต่อการลงมือทำ เพราะว่าง่ายตรงเราอยากให้ตรงไหนเป็นสีอะไรก็แค่เลือกมาทาทับลงไป อย่างเช่น ต้องการให้ชุดแดงก็เลือกแดงที่ชอบ แต่จะยากตรงที่ต้องระวังไม่ให้สีแดงเลยไปโดนส่วนอื่นที่ไม่ต้องการด้วย และขั้นตอนการลงสีของภาพนี้เราก็ใช้เลเยอร์โหมดไปหลายโหมดเพราะอย่างที่บอกว่าลงเทาไม่เก่งนั่นแหละเลยต้องใช้วิธีที่ซับซ้อนขึ้น

สุดท้ายก็เป็นการลงสีอีกแบบ แนวนี้จะเป็นการลงสีที่ยากต่อความรู้สึก แต่ง่ายต่อการลงมือทำ เพราะว่าแบบนี้เป็นการลงสีแบบคลุมโทน (สังเกตจุดอื่นที่ไม่ใช่ตัวละครก่อน) เราจะใช้โทนสีที่ต้องการแค่ 1-3 สีเอามาเทนัว ๆ ให้ทั่วภาพแล้วก็จบได้งานสีเลยง่ายต่อการลงมือทำมาก แต่ที่บอกว่ายากต่อความรู้สึกเพราะถ้าไม่ชินก็จะขัดใจ เช่นวาดผนังอิฐไปมันต้องสีส้มสิ แต่พอคลุมโทนแล้วสีมันก็จะไปตามโทนที่กำหนดไม่ได้ออกมาตรงความรู้สึกมันเลยจะขัดใจหน่อย
กลับมาดูภาพรวมของงานที่เห็น จะเห็นว่าเราไม่ได้คลุมโทนทั้งภาพแค่เพราะเราอยากให้ตัวละครดูเด่นขึ้นมาแค่นั้นแหละ เลยลงสีที่ตัวละครจริงจังกว่าส่วนอื่น

และทั้งหมดนี้ก็คือเทคนิคการลงสีแบบย้อมเทา ต่อไปจะอธิบายเพิ่มเติม ใครอยากหาคำตอบว่าควรเลือกใช้ตอนไหนแล้วเทคนิคนี้จะเหมาะกับตัวเองไหม? อ่านต่อกันได้เลย
จากที่เราทดลองมาได้คำตอบว่า
การย้อมเทามันง่ายและไวจริงถ้าเน้นทำงานคลุมโทน
เหมาะกับการวาดแนว Illustration มากกว่าการวาดตัวละครอย่างเดียว ถ้าใครเป็นสายวาดตัวละครไม่วาดพื้นหลังเราว่าลงสีไปตรง ๆ ประหยัดเวลากว่าการย้อมเทา เพราะไม่ต้องแคร์บรรยากาศรอบข้างเลย ย้อมไปกลายเป็นว่าเพิ่มขั้นตอนการทำงานให้ตัวเองมากกว่าเดิม
ถ้าเคยเรียนหรือฝึกแรเงาวาดภาพถ้วยดินสอ EE (วาดภาพขาวดำบนประดาษ) มาก่อนการใช้เทคนิคย้อมเทาจะเหมาะกับคุณมาก เพราะต้องเป็นคนที่ควบคุมน้ำหนักสีเก่งถึงจะทำงานย้อมเทาได้แบบไม่ปวดหัว
ถ้าวาดบนกระดาษเก่ง ลองแรเงาในกระดาษจากนั้นสแกนภาพแล้วเอามาย้อมเทาในแอพก็เริ่ดนะ
สุดท้ายไม่ว่สจะยังไงมนุษย์ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด แค่มีความพยายามและลงมือทำบางคนอาจจะทำได้ง่าย บางคนอาจจะทำได้ยาก แต่ก็ไม่เกินขีดจำกัดของมนุษย์แน่นอน ถ้าอยากลองทำงานเทคนิคนี้ก็ลุยเลย ลองให้รู้แล้วมาเล่าให้ฟังด้วยนะ
เรียนรู้เพิ่มเติม
เนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
บทความนี้มีประโยชน์แค่ไหน
ให้คะแนนและแบ่งปันประสบการณ์การอ่าน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านคนอื่น ตัดสินใจได้ว่าบทความนี้มีประโยชน์กับพวกเขาหรือไม่
รีวิวจากผู้อ่าน
คะแนนและประสบการณ์จากผู้ที่อ่านบทความนี้
กำลังโหลดรีวิว...


